คุณทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แถลงผลการประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่า กบง.รับทราบตามที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอแนวทาง การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำขนาดใหญ่ในเขื่อน ร่วมกับการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 กำลังผลิต 500 กิโลวัตต์ ติดตั้งใน เขื่อนท่าทุ่งนา กาญจนบุรี ระยะที่ 2 ใน เขื่อนสิรินธร อุบลราชธานี กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ระยะที่ 3 ติดตั้งใน 11 เขื่อนทั่วประเทศ กำลังการผลิตรวมกว่า 1,000 เมกะวัตต์

ผมถือเป็น ข่าวดี ของประเทศ และขอแสดงความชื่นชมการตัดสินใจของ กฟผ. ครั้งนี้

ท่านผู้อ่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์ผมมาตลอด จะเห็นบทความที่ผมเขียนเสนอให้ กระทรวงพลังงาน และ กฟผ. หันมา ส่งเสริมและรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากแสงแดด หรือโซลาร์เซลล์ บ่อยครั้ง เพราะ เป็นพลังงานที่ได้มาฟรีๆ มีต้นทุนการผลิตต่ำ นับวันต้นทุนก็ลดต่ำลงไปเรื่อยๆ จนวันนี้การผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดมีราคาถูกกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว ขณะเดียวกันผมก็ คัดค้านการเพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ.
วันนี้ผมดีใจครับที่ กฟผ.ยอมหันมาผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดแล้ว เวลานี้เมืองไทยเรามีการผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดใช้เองมาก มากจนเหลือทิ้งไปมากมาย เพราะ กฟผ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง ไม่ยอมรับซื้อเข้าระบบ ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
แนวคิดการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำในเขื่อน ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าบนทุ่นลอยน้ำของ กฟผ. เป็นแนวคิดที่มาถูกทางแล้ว เมื่อเร็วๆนี้จีนก็เพิ่งเปิดโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำขนาดใหญ่ เพราะผิวน้ำในเขื่อนไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรอยู่แล้ว

แนวโน้มของโลก ทุกประเทศต่างก็หันมา ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน แทนพลังงานจากฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ กันมากขึ้น เพราะมีต้นทุนต่อหน่วยถูกลงอย่างมาก และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากรายงาน กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิของโลกในปี 2017 ระบุว่า การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพิ่มขึ้นสุทธิ 98 กิกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิล เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงสุทธิ 70 กิกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพิ่มขึ้นสุทธิ 52 กิกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ เพิ่มขึ้นสุทธิ 19 กิกะวัตต์ และ การผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ เพิ่มขึ้นสุทธิต่ำสุดเพียง 11 กิกะวัตต์

แนวโน้มของโลก ทุกประเทศต่างก็หันมา ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน แทนพลังงานจากฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ กันมากขึ้น เพราะมีต้นทุนต่อหน่วยถูกลงอย่างมาก และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากรายงาน กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิของโลกในปี 2017 ระบุว่า การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพิ่มขึ้นสุทธิ 98 กิกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิล เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงสุทธิ 70 กิกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพิ่มขึ้นสุทธิ 52 กิกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ เพิ่มขึ้นสุทธิ 19 กิกะวัตต์ และ การผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ เพิ่มขึ้นสุทธิต่ำสุดเพียง 11 กิกะวัตต์

ในเว็บไซต์ บิซิเนส อินไซเดอร์ ก็มีรายงานต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงแดดว่า มีอัตราลดลงที่รวดเร็วมาก ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงแดดในวันนี้อยู่ที่ 50 ดอลลาร์ (1,600 บาท) ต่อ 1 เมกะวัตต์ ในขณะที่ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ที่ 102 ดอลลาร์ (3,264 บาท) ต่อ 1 เมกะวัตต์ แพงกว่าเท่าตัว

ข้อมูลนี้ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องรับรู้ เป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจหันมาส่งเสริมโรงไฟฟ้าถ่านหินจากประเทศจีนอีกครั้ง ไม่ซื้อโรงไฟฟ้าถ่านหินจากจีน ประเทศไทยคงไม่เสียหายอะไรมั้ง
เว็บไซต์ บิซิเนส อินไซเดอร์ รายงานด้วยว่า ปี 2017 การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (ลม น้ำ แสงแดด) ในโลกเบี้ยวใบนี้คิดเป็น สัดส่วน 12% ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั่วโลก และ ในปี 2017 มีการลงทุนในภาคการผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดสูงถึง 160,800 ล้านดอลลาร์ 5.145 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปี 2016 เฉพาะ สหรัฐฯประเทศเดียวมีการผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด 13.7 กิกะวัตต์ โดยมี ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 6 เซ็นต์ หรือ 1.92 บาทต่อกิโลวัตต์ (ที่แคนซัส ซิตี้)

นี่คือข้อเท็จจริงในโลกวันนี้ ผมจึงดีใจที่ กฟผ. ตัดสินใจหันมาติดตั้ง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงแดด บนทุ่นลอยน้ำในเขื่อนที่มีอยู่มากมาย ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าในอนาคตถูกลง
ประเทศไทยมีเขื่อนมากนับไม่ถ้วน เขื่อน กฟผ. เขื่อนกรมชลประทาน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อีกมากมาย มีพื้นที่ฟรีๆมากมายให้ตั้ง โรงไฟฟ้าแสงแดดขนาดใหญ่ ยังไม่นับ หลังคาบ้าน หลังคาโรงงาน อีกไม่รู้กี่ร้อยล้านตารางเมตร ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงแดดได้ ขอเพียงรัฐใจกว้างรับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบเท่านั้น เศรษฐกิจประเทศไทยจะได้ประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว.

ที่มา : thairath.co.th
cedit : ลมเปลี่ยนทิศ

Leave a comment